CONTACT US
+66 93 6415465

เชื่อว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณผ่านพระราชกรณียกิจมากมายกว่า กว่า 3,000 โครงการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ รัชกาลที่ 9 แต่นอกจากพระราชกรณียกิจหลักๆ อย่างโครงการฝนหลวง กังหันน้ำชัยพัฒนา และทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงแล้ว ยังมีพระราชกรณียกิจอีกมากมายที่ชาวไทยอาจไม่คุ้นเคย ในวันนี้เราขอเชิญผู้อ่านมาร่วมถวายความอาลัยและน้อมนำแนวพระราชดำริไปปฏิบัติ เป็นลูกที่ดีก้าวตามรอยของพ่อต่อไป 1. พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างโรงพยาบาลปอดเหล็ก ในหลวงทรงเสด็จขึ้นครองราชย์หลังสงครามโลกครั้งที่ ยุติลงเพียง 1 ปี ดังนั้น ในช่วงต้นรัชกาล ประเทศกำลังตกอยู่ในสภาวะวิกฤติทั้งภาวะเศรษฐกิจ ข้าวยากหมากแพง การกักตุนสินค้า การชดเชยค่าปฏิกรณ์สงคราม และโรคระบาด อย่าง วัณโรค โรคเรื้อน โรคโปลิโอ และอหิวาตกโรค อีกทั้งกิจการทางการแพทย์ของไทยยังไม่มีความเจริญก้าวหน้ามากเท่าที่ควร ขาดแคลนทั้งเวชภัณฑ์และยารักษาโรค พระองค์จึงมุ่งเน้นปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านสาธารณสุขก่อน เพราะหากประชาชนสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรงก็ไม่มีกำลังและสติปัญญาไปฟื้นฟูประเทศ โดยในหลวงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวนมากหรือประมาณ 500,000 บาท ซึ่งในสมัยก่อนถือว่าเป็นจำนวนเงินที่เยอะมาก เพื่อ สร้างโรงพยาบาลปอดเหล็ก และจัดซื้อเวชภัณฑ์เพื่อสู้กับวัณโรคที่กำลังระบาดหนัก พร้อมกับสนับสนุนให้สภากาชาดไทยผลิตวัคซีน BCG ป้องกันวัณโรค จนกระทั่งปราบวัณโรคได้สำเร็จ 2. ทรงเป่าแซ็กโซโฟนตามคำขอทางวิทยุ หาทุนปราบอหิวาตกโรค สืบเนื่องจากการระบาดอย่างรุนแรงของโรคร้ายต่างๆในช่วงหลังสงครามโลกดังกล่าว ทำให้คนไทยถูกรุมเร้าด้วย โรคเรื้อน และอหิวาตกโรคที่คร่าชีวิตผู้คนเป็นจำนวนมาก พระองค์จึงทรงก่อตั้ง กองทุนปราบอหิวาตกโรค…

เริ่มต้นจาก “ความยากจน” อันเป็นผลพวงมาจากภาระหนี้สินที่ต้องแบกรับ ทำให้ชาวบ้านในชุมชนบ้านกุ่มพัฒนา หมู่ที่ 2 ตำบลบางแพ อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี จำนวน 32 คน ต้องรวมตัวกันเพื่อหาทางออก และตัดสินใจดำเนินตามรอย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 น้อมนำ “หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” อันประกอบด้วย “3 ห่วง 2 เงื่อนไข” ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี ตลอดจนการใช้ “ความรู้” ความรอบคอบและ “คุณธรรม” ในการวางแผน จนกระทั่งในปัจจุบัน ชาวบ้านพบเส้นทางในการแก้ปัญหาความยากจน มีรายได้ตลอดทั้งปี และสามารถพึ่งพาตัวเองได้ ก่อเกิดเป็น “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านกุ่มพัฒนา” โดยมี นายคะนอง โปรักษ์ เป็นประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านกุ่มพัฒนา นายคะนอง เล่าว่า แต่เดิมชาวบ้านในชุมชนบ้านกุ่มพัฒนาต่างประกอบอาชีพเลี้ยงโคนมเป็นหลัก และเลี้ยงกุ้งเป็นอาชีพรอง แต่ต้องประสบกับปัญหาขาดทุนเพราะต้นทุนสูงกว่ารายได้ จึงรวมตัวกันเพื่อปรึกษา เสาะหาอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ได้อย่างเพียงพอ และติดต่อขอความช่วยเหลือไปทางเกษตรอำเภอ โดยได้รับคำแนะนำว่าให้ปรับปรุงโรงเรือนเก่าเป็น “โรงเรือนเพาะเห็ดนางฟ้าภูฏาน” แม้แรกเริ่ม “เห็ดนางฟ้าภูฏาน” จะขายได้ราคาดี แต่หลังจากนั้นราคาก็ลดลง ทั้งเห็ดยังล้นตลาด…

จากข้อสังเกตของในหลวง ร.9 สู่โครงการชื่อน่ารัก สร้างคุณประโยชน์มหาศาลต่อสยามประเทศ ตลอดระยะเวลา 70 ปีที่รัชกาลที่ 9 ทรงครองราชย์ ทำให้แผ่นดินไทยร่มเย็นเป็นสุขเสมอมา ด้วยความที่พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถ จึงเกิดโครงการในพระราชดำริมากถึง 4,000 กว่าโครงการ ที่ล้วนเอื้อประโยชน์ให้ประชาชนชาวไทยทั้งสิ้น บางโครงการมีชื่อเป็นทางการ แต่บางโครงการก็มีชื่อน่ารักและชวนฉงน จึงอยากนำมาเล่าสู่กันฟัง เผื่อคนรุ่นหลังที่เคยได้ยินชื่อโครงการเหล่านี้ แต่ไม่รู้ว่าเป็นโครงการอะไร โครงการที่ดังที่สุดเห็นจะเป็น ‘โครงการแก้มลิง’ พระราชวังไกลกังวลที่หัวหินนั้นมักมีแขกขนฟูมาเยี่ยมเยียนเสมอ พระองค์สังเกตฝูงลิงและตรัสว่า… “ลิงโดยทั่วไป ถ้าเราส่งกล้วยให้ ลิงจะรีบปอกเปลือก เอาเข้าปากเคี้ยว แล้วนำไปเก็บไว้ที่แก้มก่อน ลิงจะทำอย่างนี้จนกล้วยหมดหวีหรือเต็มกระพุ้งแก้ม จากนั้นจะค่อย ๆ นำออกมาเคี้ยวและกลืนกินภายหลัง” นั่นคือจุดกำเนิดของโครงการชื่อน่ารักในชื่อโครงการแก้มลิง โครงการบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริ ที่มีการแบ่งเป็น 3 ขนาด คือ ใหญ่ กลาง และเล็ก โดยพระองค์มีพระราชดำริให้จัดหาพื้นที่ลุ่ม บึง สระ เป็นที่รองรับน้ำ เมื่อฝนตกหนักให้นำน้ำเข้ามาเก็บกักไว้ในแก้มลิงชั่วคราว น้ำฝนจะไม่ไหลลงสู่ทางระบายน้ำทันที แต่จะขังไว้ในพื้นที่พักน้ำ เมื่อน้ำในคลองมีสภาพปกติ จึงระบายน้ำออกจากแก้มลิง ซึ่งนอกจะแก้ไขปัญหาน้ำท่วมแล้ว…

9 พระราชกรณียกิจอันโดดเด่น ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 9 พระราชกรณียกิจอันโดดเด่น ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่เปี่ยมด้วยพระอัจฉริยภาพและความสามารถ พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายในการประกอบพระราชกรณียกิจ ตลอด 70 ปีที่ทรงครองราชสมบัติ ซึ่งพระราชกรณียกิจที่โดดเด่นของพระองค์ มีดังต่อไปนี้ ๑. โครงการแกล้งดิน แกล้งดิน เป็นแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เพื่อแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยว จะทำด้วยการขังน้ำไว้ในพื้นที่ จนกระทั่งเกิดปฏิกิริยาทางเคมีจนทำให้ดินเปรี้ยวจัด เมื่อถึงที่สุดแล้ว จะมีการระบายน้ำออกแล้วปรับสภาพดินด้วยปูนขาว จนกระทั่งสามารถใช้ดินในการเพาะปลูกได้ ๒. โครงการปลูกหญ้าแฝก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได้ทรงศึกษาเรื่องการใช้หญ้าแฝกในการอนุรักษ์ดินและน้ำจากเอกสารของธนาคารโลก ที่นาย Richard Grimshaw ได้ทูลเกล้าฯ ถวาย และพระองค์ได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับหญ้าแฝก โดยให้ทรงทดลองปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการพังทลายของดิน จนปัจจุบันมีหน่วยงานกว่า 50 หน่วยงาน ดำเนินงานสนองพระราชดำริการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝก ส่งผลให้การดำเนินงานก้าวหน้ามากขึ้นตามลำดับ ๓. โครงการหน่วยแพทย์พระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9…

เมื่อพูดถึง “ตัวเงินตัวทอง” ความรู้สึกแรกที่ลอยเข้ามาในหัวเป็นยังไงครับ? “ตัวเงินตัวทอง” เป็นชื่อที่ถูกตั้งขึ้นมาให้ดูไพเราะ แต่จริงๆ แล้วชื่อที่ถูกใช้อย่างเป็นทางการก็คือ “เหี้ย” (ชื่อภาษาอังกฤษ Water monitor, ชื่อวิทยาศาสตร์ Varanus salvator) ถึงแม้ว่ารูปร่างหน้าตาจะดูน่ากลัว แต่จริงๆ เค้าเป็นสัตว์รักสงบครับ มักจะหันหลังหนีคนเสมอเมื่อมีคนเข้ามาใกล้ๆ และไม่วิ่งไล่กัดคน ตัวเงินตัวทองเป็นสัตว์ที่ช่วยรักษาระบบนิเวศและรักษาความสะอาดให้กับบ้านเมืองของเราครับ เพราะเค้าจะกินซากสัตว์ที่ตายแล้ว (Scavenger) กินขยะเศษอาหาร ช่วยให้ไม่เกิดการเหม็นเน่าของซากสัตว์ ลดแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค และยังทำให้แหล่งน้ำสะอาดขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมสัตว์ไม่พึงประสงค์ต่อมนุษย์ อย่างเช่น หนู นกพิราบ ไข่งูพิษ แต่ก็จะกินสัตว์เลี้ยงของมนุษย์ด้วยเช่นกัน เช่น ไก่ แมว หรือนก ตัวเงินตัวทองจัดเป็นนักล่าอันดับบนของห่วงโซ่อาหารและเป็นดัชนีหนึ่งในการประกอบการชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศได้ แต่ทุกวันนี้ที่อยู่อาศัยของพวกเค้าที่เป็นป่าและแหล่งน้ำธรรมชาติลดลง ทำให้มีอาหารในธรรมชาติลดลง เราจึงเห็นข่าวตัวเงินตัวทองเข้ามาหากินอาหารตามที่อยู่อาศัยของมนุษย์ และถูกมนุษย์ทำร้าย หรือได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ แล้วจะดีกว่าไหม? ถ้าเราเรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติของสัตว์เหล่านี้ ช่วยหาทางทำให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศ เพื่อให้สัตว์ในเมืองสามารถอาศัยอยู่ร่วมกันกับคนและพึ่งพากันได้อย่างยั่งยืน
premjit@nbdc.co.in
+66 93 6415465
488/1, 488/2 Village No. 2 Banrai Huang Ratchaburi Thailand