CONTACT US
+66 93 6415465

แนวทางการรักษาโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) จะเป็นการรักษาตามอาการ ซึ่งอาการของโรคดังกล่าวสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระยะดังนี้ ระยะที่ 1 มีไข้ โค กระบือ จะซึมไม่กินอาหาร มีไข้อาจมีน้ำตาและน้ำมูกในลูกสัตว์โดยมักจะพบในระยะ 1-2 วันแรกก่อน หรือพร้อมๆ กับการพบว่าสัตว์มีตุ่มขึ้นตามผิวหนัง แต่สัตว์ป่วยบางรายอาจสังเกตไม่พบระยะนี้ ระยะที่ 2 มีตุ่มที่ผิวหนัง โค กระบือ มีต่อมน้ำเหลืองใต้ผิวหนังบวม มีตุ่มแข็งนูนลักษณะคล้ายฝี ขนาดแตกต่างกันที่ผิวหนังทุกชั้นและบางครั้งอาจพบลึกลงไปจนถึงกล้ามเนื้อ ความรุนแรงของอาการจะขึ้นอยู่กับปริมาณการติดเชื้อ ความแข็งแรงของสัตว์ และสายพันธุ์ บางตัวพบอาการบวมน้ำที่บริเวณลำคอ สาเหตุจากหลอดเลือดอักเสบ (vasculitis) หรือการกดทับของตุ่มที่ผิวหนังหรือต่อมน้ำเหลืองที่บวม ในลูกสัตว์มักจะแสดงอาการมากกว่าสัตว์โต และอาจมีภาวะแทรกซ้อนของระบบทางเดินหายใจ สำหรับกระบือจะพบเป็นตุ่มเล็กๆ ซึ่งสังเกตได้ยากเนื่องจากผิวกระบือมีผิวหนังหนา ระยะที่ 3 ตุ่มที่ผิวหนังแตก โดยเริ่มสังเกตพบมีน้ำเหลืองเยิ้มซึมจากตุ่ม มีสะเก็ดหนา เมื่อตุ่มแตกจะเป็นแผลหลุมมีขอบแผลนูนสูง ซึ่งระยะเวลาการแตกของตุ่มผิวหนังจะไม่พร้อมกัน ระยะที่พบขอบตุ่มสีดำพบได้ในระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์หลังพบตุ่ม และภายใน 2-3 สัปดาห์จะเกิดเป็นสะเก็ดแผลขึ้น แต่ในบางตัวที่พบกลุ่มที่มีขนาดใหญ่อาจพบว่าสะเก็ดอยู่ได้นาน 1-2 เดือน ระยะที่ 4 แผลเริ่มหาย เป็นระยะเริ่มมีการหายของแผล…

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ จาก 18 จังหวัด อาทิ ขอนแก่น บุรีรัมย์ นครราชสีมา สุรินทร์ ศรีษะเกษ ฯลฯ ร่วม 100 คน จาก 1,500 คน ที่รอบริเวณหน้ากระทรวงฯ เข้าพบว่า เกษตรกรได้มาขอบคุณที่กระทรวงฯได้เร่งดำเนินโครงการโคขุนสร้างรายได้ ซึ่งเป็น 1 ใน 4 โครงการที่เตรียมนำเสนอที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเร็วๆนี้ โดยโครงการโคขุนสร้างรายได้ มีเวลาดำเนินการ 5 ปี (ปี 2563-2567) เพื่อเสริมสร้างรายได้ สร้างอาชีพทางเลือกใหม่ให้เกษตรกร โดยปรับเปลี่ยนพื้นที่ไม่เหมาะสมมาเลี้ยงโคขุน เพื่อเพิ่มผลผลิตโคเนื้อให้เพียงพอต่อความต้องการ ทั้งนี้ ได้ตั้งเป้าหมาย 1 ล้านตัวต่อเกษตรกร 200,000 ราย แบ่งออกเป็นรอบที่ 1 จำนวน 500,000 ตัว ต่อเกษตรกร 100,000 ราย…

“ก็มีแต่วัว วัว วัวเท่านั้น ก็มีแต่วัวแต่วัวอย่างเดียว”🐮…#วัว อย่างเดียวเลยค่ะที่ใช้ผลิตตั้งแต่ลิปสติกไปจนถึงเชื้อเพลิงเครื่องบิน อยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมไปดูข้อมูลจาก สมาคมผู้เลี้ยงวัวเนื้อแห่งสหรัฐฯ กันค่ะ เนื้อวัวส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทีโบน, เสือร้องไห้ (เนื้อส่วนหน้าอกของวัว), เซอลอยน์ (สะโพกวัว) หรือซี่โครงที่เราเห็นวางขายอยู่ทั่วไปนั้น คิดเป็นสัดส่วนแค่ 60% ของวัวที่เลี้ยงในวงการปศุสัตว์เท่านั้น ส่วนอีก40%ที่เหลือใช้ในอุตสาหกรรมชนิดอื่นๆ เช่น การผลิตลิปสติกและเชื้อเพลิงเครื่องบินค่ะ เริ่มกันที่ส่วนที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดคือ ไขมันวัว ซึ่งคุณสมบัติของไขมันก็คือ ความลื่น เป็นมันเลื่อม จึงนำไปเป็นส่วนผสมในครีมทาผิว, เครื่องสำอาง, สบู่และยาสีฟัน นอกจากนี้ไขมันวัวยังนำไปผลิตเป็นสารหล่อลื่นในน้ำหล่อเย็น, น้ำมันเบรคไฮดรอลิค ซึ่งใช้ในเครื่องยนต์ต่างๆรวมถึงเครื่องยนต์เครื่องบินเจ็ทด้วย ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการทดสอบนำไขมันวัวไปใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวภาพสำหรับเครื่องบินในกองทัพอากาศสหรัฐฯด้วยนะคะ และรู้หรือไม่ว่า คนเรายังต้องพึ่งพาน้องวัวในการนำไปทำยาชนิดต่างๆ อย่างอินซูลิน เนื่องจากอินซูลินของวัวมีความใกล้เคียงกับของมนุษย์มาก ดังนั้นตับอ่อนของวัวจึงนิยมนำมาผลิตเป็นอินซูลินสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน นอกจากนี้ยังมีการใช้ประโยชน์จากต่อมหมวกไตของวัวในการผลิตยาสเตียรอยด์บางชนิด ส่วนกระดูกอ่อนก็นำไปใช้ผลิตยาสำหรับผู้ป่วยโรคข้อเสื่อม ปอดวัวใช้ประโยชน์ในการผลิตยาเจือจางเลือด อย่างเฮพาริน (Heparin) ส่วนต่างๆที่เหลือของวัวก็นำไปใช้ในวงการศัลยกรรมพลาสติก โดยเฉพาะการนำคอลลาเจนของวัวมาทำให้บริสุทธิ์และฉีดเข้าใบหน้าเพื่อให้ดูอ่อนเยาว์ค่ะ ยัง! ยังไม่หมด เพราะยังมีเจลาติน ซึ่งเกิดจากการต้มกระดูกวัวและหนังวัว ที่เรานำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เจลาตินเป็นส่วนประกอบสำคัญในอาหารและขนมชนิดต่างๆที่ให้สัมผัสที่นุ่มเหนียวและยืดหยุ่น อย่าง มาร์ชแมลโลว์, คาราเมล, ลูกกวาดที่เคี้ยวหนึบและแยมค่ะ รู้อย่างนี้แล้ว…

ปัญหาด้านสุขภาพในการเลี้ยงโคส่วนหนึ่งมาจากที่ เจ้าของเก่ามักละเลยไม่ให้ความสนใจในโรคที่จะเกิดขึ้นจากพยาธิภายใน มีผลทำให้สุขภาพสัตว์ทรุดโทรม ท้องป่อง ซึม โลหิตจาง สัตว์แคระแกร็น โตช้า ไม่กินอาหาร ดังนั้นการเลี้ยงโคขุนจำเป็นต้องได้รับการถ่ายพยาธิ โดยเฉพาะโคที่ซื้อมาขุนที่ได้จากเกษตรกรที่เลี้ยงโคแบบปล่อยซึ่งมีโอกาสติดโรคจากพยาธิได้สูง การถ่ายพยาธิด้วยสมุนไพรเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เกษตรกรสามารถทำได้ง่ายและหาง่ายในท้องถิ่น มีวิธีการปรุงที่ไม่ยุ่งยาก ช่วยให้โคสามารถกินอาหารได้ดีและช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อยาถ่ายพยาธิที่มีราคาสูงโดยเปล่าประโยชน์ ด้วยวิธีการดังนี้ สมุนไพรถ่ายพยาธิสูตรที่ 1 : ใช้มะเกลือและน้ำสะอาดตำมะเกลือ 10 เม็ด ให้พอแหลกคั้นกับน้ำสะอาด 1 ลิตร ใช้ผ้าขาวบางกรองเอาเฉพาะน้ำ นำไปกรอกให้วัวหรือควายกินทันทีในตอนเช้าเพียงครั้งเดียว โดยที่มะเกลือมีสารในการออกฤทธิ์ในการขับพยาธิ ซึ่งสามารถละลายน้ำได้ดี จึงไม่มีการดูดซึมผ่านลำไส้ แต่ถูกพยาธิในลำไส้กินเข้าไป ทำให้พยาธิตายได้ในระยะเวลาอันสั้น สมุนไพรถ่ายพยาธิสูตรที่ 2 : ใช้บอระเพ็ดและเกลือ : โดยนำบอระเพ็ด 1 กก. และเกลือ 2 กำมือ นำมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันจากนั้นคั้นเอาเฉพาะน้ำ โดยน้ำบอระเพ็ดที่ได้จะนำมาผสมกับน้ำสะอาดนำไปกรอกให้วัวหรือควายกิน จะช่วยถ่ายพยาธิ และรักษาอาการสัตว์ไม่กินหญ้า เบื่ออาหารได้ดี โคที่จะนำมาถ่ายพยาธิสังเกตุได้ง่ายจากลักษณะภายนอกจะซูบผอม ไม่กินอาหาร มองเห็นซี่โครงได้อย่างชัดเจนทำให้มีราคาถูกสามารถนำมาเลี้ยงขุนได้กำไรงาม โดยนำโคไปถ่ายพยาธิก่อนจะทำให้เจริญอาหารได้ดี ขุนได้น้ำหนักอย่างรวดเร็ว เมื่อทำการถ่ายพยาธิโคเสร็จเรียบร้อยก็ปล่อยโคลงเล็มกินหญ้า สังเกตุได้จากโคจะเกินหญ้าได้ดีขึ้น จากนั้นนำโคไปล้างทำความสะอาดและฆ่าเชื้อก่อนนำไปเข้าคอกขุน ที่มา…

ประภัตร ลั่นเปลี่ยนเกษตรกรไทยสู่ยุคใหม่พ้นยากจน ลุยโครงการโคเนื้อสร้างชาติ เฟสแรก 2 แสนตัว เลี้ยง 4 เดือนส่งขายจีนรับไม่อั้น สร้างรายได้เร่งด่วนแก้วิกฤติแล้ง 29 สิงหาคม 2562 ประภัตร ดันกรมการข้าว ผลิตข้าวปลูกพันธุ์ดีปีละ 2 แสนตันป้องชาวนาโดนโขกราคาแถมพันธุ์ปลอมปน จี้รื้อระบบองค์การสะพานปลา ทำแล้วหลวงรวย เกษตรกรรวย อย่าทำจนไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนพนักงาน นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าในเร็ว ๆ นี้จะเสนอโครงการโคเนื้อสร้างชาติ สร้างรายได้เร่งด่วนให้เกษตรกรระยะเวลาเลี้ยงโคขุน 4 เดือนเพื่อส่งขายจีน ขณะนี้ตลาดจีนมีความต้องการโคเนื้อมีชีวิตอีกมากอย่างไม่จำกัด หากไทยสามารถพัฒนายกระดับศักยภาพการเลี้ยงโคเนื้อได้สำเร็จ จะเป็นฝันที่กลายเป็นจริง ทำให้เกษตรกรพ้นยากจนและมีอาชีพมั่นคงขึ้น ความเป็นอยู่ดีขึ้นได้ ซึ่งตนมีความตั้งใจจริงแก้ปัญหาการผลิตภาคเกษตรทั้งระบบที่มีตลาดแน่นอน เพื่อปรับเปลี่ยนเป็นเกษตรกรยุคใหม่ โครงการโคเนื้อสร้างชาติ จะสามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรได้รวดเร็ว ตามข้อห่วงใยของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่สั่งการให้ทุกหน่วยงานช่วยเหลือเกษตรกรให้มีโครงการที่เพิ่มรายได้มากขึ้นเสริมจากโครงการจ้างแรงงาน ปลูกพืชใช้น้ำน้อย เพราะจากภาวะฝนน้อยฝนทิ้งช่วงในปีนี้เกษตรกรประสบปัญหาการเพาะปลูกข้าว รวมทั้งพืชเศรษฐกิจเสียหายและทุกภูมิภาคยังเผญิชภาวะสถานการณ์น้ำน้อยต่อไป โดยโครงการนี้ให้เกษตรกรเลี้ยงครัวเรือนละ 5 ตัว และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์(ธกส.)ได้เตรียมเขียนแผนโครงการไว้แล้วเพราะมีตลาดจีนรองรับโคเนื้อมีชีวิตจากไทยได้อีกมากปีละหลายสิบล้านตัว จึงพร้อมให้กู้ดอกเบี้ยต่ำไม่เกินร้อยละ 1 ซึ่งรัฐบาลช่วยชดเชยดอกเบี้ยให้ด้วย วงเงินกู้ครัวเรือนละ 2…
premjit@nbdc.co.in
+66 93 6415465
488/1, 488/2 Village No. 2 Banrai Huang Ratchaburi Thailand