ลุ้น “โคล้านตัว” โผล่หลังน้ำลด เผยเกษตรกรดันเต็มสูบกำไร 8,000 บาทต่อตัว

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ จาก 18 จังหวัด อาทิ ขอนแก่น บุรีรัมย์ นครราชสีมา สุรินทร์ ศรีษะเกษ ฯลฯ ร่วม 100 คน จาก 1,500 คน ที่รอบริเวณหน้ากระทรวงฯ เข้าพบว่า เกษตรกรได้มาขอบคุณที่กระทรวงฯได้เร่งดำเนินโครงการโคขุนสร้างรายได้ ซึ่งเป็น 1 ใน 4 โครงการที่เตรียมนำเสนอที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเร็วๆนี้ โดยโครงการโคขุนสร้างรายได้ มีเวลาดำเนินการ 5 ปี (ปี 2563-2567) เพื่อเสริมสร้างรายได้ สร้างอาชีพทางเลือกใหม่ให้เกษตรกร โดยปรับเปลี่ยนพื้นที่ไม่เหมาะสมมาเลี้ยงโคขุน เพื่อเพิ่มผลผลิตโคเนื้อให้เพียงพอต่อความต้องการ ทั้งนี้ ได้ตั้งเป้าหมาย 1 ล้านตัวต่อเกษตรกร 200,000 ราย แบ่งออกเป็นรอบที่ 1 จำนวน 500,000 ตัว ต่อเกษตรกร 100,000 ราย […]

Read More

รู้หรือไม่? 60%ของวัวที่เลี้ยง ใช้เพื่อเป็นอาหาร แล้ว40%ที่เหลือล่ะ?🐮

“ก็มีแต่วัว วัว วัวเท่านั้น ก็มีแต่วัวแต่วัวอย่างเดียว”🐮…#วัว อย่างเดียวเลยค่ะที่ใช้ผลิตตั้งแต่ลิปสติกไปจนถึงเชื้อเพลิงเครื่องบิน อยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมไปดูข้อมูลจาก สมาคมผู้เลี้ยงวัวเนื้อแห่งสหรัฐฯ กันค่ะ เนื้อวัวส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทีโบน, เสือร้องไห้ (เนื้อส่วนหน้าอกของวัว), เซอลอยน์ (สะโพกวัว) หรือซี่โครงที่เราเห็นวางขายอยู่ทั่วไปนั้น คิดเป็นสัดส่วนแค่ 60% ของวัวที่เลี้ยงในวงการปศุสัตว์เท่านั้น ส่วนอีก40%ที่เหลือใช้ในอุตสาหกรรมชนิดอื่นๆ เช่น การผลิตลิปสติกและเชื้อเพลิงเครื่องบินค่ะ เริ่มกันที่ส่วนที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดคือ ไขมันวัว ซึ่งคุณสมบัติของไขมันก็คือ ความลื่น เป็นมันเลื่อม จึงนำไปเป็นส่วนผสมในครีมทาผิว, เครื่องสำอาง, สบู่และยาสีฟัน นอกจากนี้ไขมันวัวยังนำไปผลิตเป็นสารหล่อลื่นในน้ำหล่อเย็น, น้ำมันเบรคไฮดรอลิค ซึ่งใช้ในเครื่องยนต์ต่างๆรวมถึงเครื่องยนต์เครื่องบินเจ็ทด้วย ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการทดสอบนำไขมันวัวไปใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวภาพสำหรับเครื่องบินในกองทัพอากาศสหรัฐฯด้วยนะคะ และรู้หรือไม่ว่า คนเรายังต้องพึ่งพาน้องวัวในการนำไปทำยาชนิดต่างๆ อย่างอินซูลิน เนื่องจากอินซูลินของวัวมีความใกล้เคียงกับของมนุษย์มาก ดังนั้นตับอ่อนของวัวจึงนิยมนำมาผลิตเป็นอินซูลินสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน นอกจากนี้ยังมีการใช้ประโยชน์จากต่อมหมวกไตของวัวในการผลิตยาสเตียรอยด์บางชนิด ส่วนกระดูกอ่อนก็นำไปใช้ผลิตยาสำหรับผู้ป่วยโรคข้อเสื่อม ปอดวัวใช้ประโยชน์ในการผลิตยาเจือจางเลือด อย่างเฮพาริน (Heparin) ส่วนต่างๆที่เหลือของวัวก็นำไปใช้ในวงการศัลยกรรมพลาสติก โดยเฉพาะการนำคอลลาเจนของวัวมาทำให้บริสุทธิ์และฉีดเข้าใบหน้าเพื่อให้ดูอ่อนเยาว์ค่ะ ยัง! ยังไม่หมด เพราะยังมีเจลาติน ซึ่งเกิดจากการต้มกระดูกวัวและหนังวัว ที่เรานำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เจลาตินเป็นส่วนประกอบสำคัญในอาหารและขนมชนิดต่างๆที่ให้สัมผัสที่นุ่มเหนียวและยืดหยุ่น อย่าง มาร์ชแมลโลว์, คาราเมล, ลูกกวาดที่เคี้ยวหนึบและแยมค่ะ รู้อย่างนี้แล้ว […]

Read More

การถ่ายพยาธิโคขุนโดยใช้สมุนไพร

ปัญหาด้านสุขภาพในการเลี้ยงโคส่วนหนึ่งมาจากที่ เจ้าของเก่ามักละเลยไม่ให้ความสนใจในโรคที่จะเกิดขึ้นจากพยาธิภายใน มีผลทำให้สุขภาพสัตว์ทรุดโทรม ท้องป่อง ซึม โลหิตจาง สัตว์แคระแกร็น โตช้า ไม่กินอาหาร ดังนั้นการเลี้ยงโคขุนจำเป็นต้องได้รับการถ่ายพยาธิ โดยเฉพาะโคที่ซื้อมาขุนที่ได้จากเกษตรกรที่เลี้ยงโคแบบปล่อยซึ่งมีโอกาสติดโรคจากพยาธิได้สูง การถ่ายพยาธิด้วยสมุนไพรเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เกษตรกรสามารถทำได้ง่ายและหาง่ายในท้องถิ่น มีวิธีการปรุงที่ไม่ยุ่งยาก ช่วยให้โคสามารถกินอาหารได้ดีและช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อยาถ่ายพยาธิที่มีราคาสูงโดยเปล่าประโยชน์ ด้วยวิธีการดังนี้ สมุนไพรถ่ายพยาธิสูตรที่ 1 : ใช้มะเกลือและน้ำสะอาดตำมะเกลือ 10 เม็ด ให้พอแหลกคั้นกับน้ำสะอาด 1 ลิตร ใช้ผ้าขาวบางกรองเอาเฉพาะน้ำ นำไปกรอกให้วัวหรือควายกินทันทีในตอนเช้าเพียงครั้งเดียว โดยที่มะเกลือมีสารในการออกฤทธิ์ในการขับพยาธิ ซึ่งสามารถละลายน้ำได้ดี จึงไม่มีการดูดซึมผ่านลำไส้ แต่ถูกพยาธิในลำไส้กินเข้าไป ทำให้พยาธิตายได้ในระยะเวลาอันสั้น สมุนไพรถ่ายพยาธิสูตรที่ 2 : ใช้บอระเพ็ดและเกลือ : โดยนำบอระเพ็ด 1 กก. และเกลือ 2 กำมือ นำมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันจากนั้นคั้นเอาเฉพาะน้ำ โดยน้ำบอระเพ็ดที่ได้จะนำมาผสมกับน้ำสะอาดนำไปกรอกให้วัวหรือควายกิน จะช่วยถ่ายพยาธิ และรักษาอาการสัตว์ไม่กินหญ้า เบื่ออาหารได้ดี โคที่จะนำมาถ่ายพยาธิสังเกตุได้ง่ายจากลักษณะภายนอกจะซูบผอม ไม่กินอาหาร มองเห็นซี่โครงได้อย่างชัดเจนทำให้มีราคาถูกสามารถนำมาเลี้ยงขุนได้กำไรงาม โดยนำโคไปถ่ายพยาธิก่อนจะทำให้เจริญอาหารได้ดี ขุนได้น้ำหนักอย่างรวดเร็ว เมื่อทำการถ่ายพยาธิโคเสร็จเรียบร้อยก็ปล่อยโคลงเล็มกินหญ้า สังเกตุได้จากโคจะเกินหญ้าได้ดีขึ้น จากนั้นนำโคไปล้างทำความสะอาดและฆ่าเชื้อก่อนนำไปเข้าคอกขุน ที่มา […]

Read More

ประเดิมโคเนื้อสร้างชาติเฟสแรก 2 แสนตัว

ประภัตร ลั่นเปลี่ยนเกษตรกรไทยสู่ยุคใหม่พ้นยากจน ลุยโครงการโคเนื้อสร้างชาติ เฟสแรก 2 แสนตัว เลี้ยง 4 เดือนส่งขายจีนรับไม่อั้น สร้างรายได้เร่งด่วนแก้วิกฤติแล้ง 29 สิงหาคม 2562 ประภัตร ดันกรมการข้าว ผลิตข้าวปลูกพันธุ์ดีปีละ 2 แสนตันป้องชาวนาโดนโขกราคาแถมพันธุ์ปลอมปน จี้รื้อระบบองค์การสะพานปลา ทำแล้วหลวงรวย เกษตรกรรวย อย่าทำจนไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนพนักงาน  นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าในเร็ว ๆ นี้จะเสนอโครงการโคเนื้อสร้างชาติ สร้างรายได้เร่งด่วนให้เกษตรกรระยะเวลาเลี้ยงโคขุน 4 เดือนเพื่อส่งขายจีน ขณะนี้ตลาดจีนมีความต้องการโคเนื้อมีชีวิตอีกมากอย่างไม่จำกัด หากไทยสามารถพัฒนายกระดับศักยภาพการเลี้ยงโคเนื้อได้สำเร็จ จะเป็นฝันที่กลายเป็นจริง ทำให้เกษตรกรพ้นยากจนและมีอาชีพมั่นคงขึ้น ความเป็นอยู่ดีขึ้นได้ ซึ่งตนมีความตั้งใจจริงแก้ปัญหาการผลิตภาคเกษตรทั้งระบบที่มีตลาดแน่นอน เพื่อปรับเปลี่ยนเป็นเกษตรกรยุคใหม่ โครงการโคเนื้อสร้างชาติ จะสามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรได้รวดเร็ว ตามข้อห่วงใยของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่สั่งการให้ทุกหน่วยงานช่วยเหลือเกษตรกรให้มีโครงการที่เพิ่มรายได้มากขึ้นเสริมจากโครงการจ้างแรงงาน ปลูกพืชใช้น้ำน้อย เพราะจากภาวะฝนน้อยฝนทิ้งช่วงในปีนี้เกษตรกรประสบปัญหาการเพาะปลูกข้าว รวมทั้งพืชเศรษฐกิจเสียหายและทุกภูมิภาคยังเผญิชภาวะสถานการณ์น้ำน้อยต่อไป โดยโครงการนี้ให้เกษตรกรเลี้ยงครัวเรือนละ 5 ตัว และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์(ธกส.)ได้เตรียมเขียนแผนโครงการไว้แล้วเพราะมีตลาดจีนรองรับโคเนื้อมีชีวิตจากไทยได้อีกมากปีละหลายสิบล้านตัว จึงพร้อมให้กู้ดอกเบี้ยต่ำไม่เกินร้อยละ 1 ซึ่งรัฐบาลช่วยชดเชยดอกเบี้ยให้ด้วย วงเงินกู้ครัวเรือนละ 2 […]

Read More

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 2 พันธุ์ใหม่ ทนแล้ง-ต้านทานโรคสูง

ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ เปิดตัวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 2 พันธุ์ใหม่ ให้ผลผลิตสูง ทนทานต่อสภาพแล้ง และต้านทานโรคได้ดี นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ ศึกษาวิจัยพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ให้ทนทานต่อสภาพแล้ง เหมาะกับฤดูปลูก มีอายุเก็บเกี่ยวเหมาะสมกับระบบปลูกพืชต้านทานโรคทางใบที่สำคัญ เพื่อเป็นทางเลือกให้เกษตรกร โดยคัดเลือกตามขั้นตอนปรับปรุงพันธุ์ จนประสบความสำเร็จได้พันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์พันธุ์ใหม่ 2 พันธุ์คือ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมพันธุ์นครสวรรค์ 4 และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมพันธุ์นครสวรรค์ 5 โดยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั้ง 2 พันธุ์ผ่านการพิจารณาเป็นพันธุ์รับรองของกรมวิชาการเกษตรแล้ว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมพันธุ์นครสวรรค์ 4 เป็นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมเดี่ยว อายุยาว เก็บเกี่ยวเมื่ออายุ 110-120 วัน เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สายพันธุ์แท้ตากฟ้า 1 เป็นพันธุ์แม่ และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สายพันธุ์แท้ Nei 452006 เป็นพันธุ์พ่อ ให้ผลผลิตสูงเฉลี่ย 1,092 กิโลกรัมต่อไร่ ทนแล้งระยะออกดอก เก็บเกี่ยวด้วยมือง่าย ปลูกได้ดีในพื้นที่ดอน ดินระบายน้ำดี สภาพดินไม่เป็นกรดหรือด่างมากเกินไป ขณะที่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมพันธุ์นครสวรรค์ 5 เป็นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมเดี่ยว อายุค่อนข้างสั้น เก็บเกี่ยวเมื่ออายุ […]

Read More

สูตรปุ๋ยชีวภาพแห้งโบกาชิสำหรับเลี้ยงปลา

แหล่งเรียนรู้ปศุสัตว์อินทรีย์ ณ ศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน จ.แพร่ แห่งนี้ โดยลุงมนูญ? ป้าธีรวรรณ วงศ์อรินทร์ กิจกรรมภายในนอกจากจะเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุย เป็นที่ตื่นตาตื่นใจสำหรับผู้เข้ามาศึกษาดูงานแล้ว ที่นี่ยังเลี้ยงกบในบ่อซีเมนต์และในสวนหย่อม มีกบพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์มากว่า200ตัว และถัดไปท้ายสวนยังเลี้ยงไก่พื้นเมืองและเป็ดอีกจำนวนมาก ซึ่งเศษและส่วนที่เหลือจากการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ที่นี่จะไม่ถูกทิ้งให้เป็นขยะ ทุกอย่างสามารถนำมาจัดการใหม่ให้เกิดประโยชน์ต่อได้ อย่างเช่น เศษพืชและมูลสัตว์สามารถนำมาหมักเป็นปุ๋ยชีวภาพเพื่อใช้ประโยชน์ต่อได้ ซึ่งลุงมนูญได้กล่าวถึง สูตรปุ๋ยชีวภาพแห้งโบกาชิสำหรับเลี้ยงกบและปลาที่ใช้อยู่เป็นประจำ อยากแนะนำให้ผู้สนใจได้ใช้ เพราะจะช่วยสร้างอาหารในบ่อปลา บำบัดน้ำเสีย ทั้งในบ่อปลาและกบ โดย สูตรปุ๋ยชีวภาพแห้งโบกาชิสำหรับเลี้ยงปลา มีวิธีการทำที่ไม่ยุ่งยาก โดยเตรียมส่วนผสมต่างๆ ดังนี้-รำละเอียด 10กิโลกรัม– มูลไก่แห้ง 10 กิโลกรัม– แกลบหยาบ 10 กิโลกรัม– หัวเชื้อจุลินทรีย์ 1 ลิตร– กากน้ำตาล 300 กรัมส่วนผสมต่างๆที่ได้กล่าวมา สามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่น สำหรับหัวเชื้อจุลินทรีย์สามารถใช้”จุลินทรีย์จากน้ำหมักผลไม้สุก”ที่หมักเองได้ หรือใช้จุลินทรีย์ที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไปก็ได้ วิธีการทำ– นำรำละเอียด มูลไก่ แกลบหยาบกองคลุกเคล้าผสมกัน– นำกากน้ำตาล300กรัมและหัวเชื้อจุลินทรีย์ 1ลิตร ผสมกับน้ำเปล่า10ลิตรให้ละลายจากนั้นนำไปรดในกองที่ผสมรำละเอียด มูลไก่ แกลบหยาบ รดให้พอชุ่ม ให้ได้ความชื้นประมาณ […]

Read More

อาหารและการให้อาหารวัวเนื้อ

การให้อาหารโคเนื้อ แบ่งออกเป็น 5 ประเภท การให้อาหารลูกโคเนื้อ จะปล่อยให้ลูกโคกินนมแม่ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งสามารถหย่านมได้ ซึ่งใช้เวลา 3 – 7 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพการจัดการหรือดูจากการที่ลูกโคสามารถกินหญ้าหรืออาหารอื่น ๆ ได้อย่างเต็มที่และมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ตามปกติลูกโคจะหัดกินหญ้าตั้งแต่อายุ 1 – 2 เดือน และสามารถกินได้เต็มที่เมื่ออายุ 4 – 5 เดือน อย่างไรก็ดี ถ้าลูกโคได้รับการเสริมอาหารข้นที่มีความสมดุลของโภชนะจะมีอัตราการเจริญเติบโตเร็วมาก การให้อาหารโครุ่น ควรให้ลูกโคได้รับหญ้าสดคุณภาพดีกินอย่างเต็มที่ หรือเสริมอาหารข้น หรือเมล็ดธัญพืชให้กิน การให้อาหารโคสาว ถ้าโคได้รับอาหารหยาบที่มีคุณภาพดี เช่น หญ้าสดพันธุ์ดี พืชตระกูลถั่ว หรือพืชตระกูลถั่วปนหญ้าก็อาจจะไม่จำเป็นต้องให้อาหารข้นเสริม  การให้อาหารแม่โคระยะเลี้ยงลูก แม่โคจะต้องการอาหารมากกว่าปกติ เพราะต้องนำอาหารไปสร้างน้ำนมสำหรับเลี้ยงลูกด้วยจึงควรให้แม่โคได้รับอาหารอย่างสมบูรณ์เพียงพอ แม่โคระยะเลี้ยงลูกต้องให้กินหญ้าสดอย่างเต็มที่และควรเสริมพวกพืชตระกูลถั่วให้กินอีกในปริมาณ 1 – 5 เปอร์เซ็นต์ หรือควรเสริมอาหารข้นให้กินในปริมาณ 0.3 เปอร์เซ็นต์ของ น้ำหนักตัว แต่ถ้าอาหารหยาบมีคุณค่าทางโภชนะต่ำควรเสริมอาหารข้นเพิ่มขึ้นเป็น 0.6 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว การให้อาหารโคขุน จะต้องให้อาหารที่มีความเข้มข้นของโภชนะสูงโดยเฉพาะโปรตีนและพลังงานให้เพียงพอต่อความต้องการให้ผลผลิต และจะต้องให้ทั้งอาหารหยาบและอาหารข้นควบคู่กันไป โดยให้อาหารหยาบอย่างเต็มที่และตลอดเวลา การให้อาหารข้นควรแบ่งให้วันละ 2 ครั้ง

Read More