ประเภทของอาหารสัตว์น้ำ

สัตว์น้ำต้องการอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อดำรงชีพและการเจริญเติบโตตลอดจนการใช้พลังงานเพื่อกิจกรรมต่างๆ อาหารสัตว์น้ำโดยทั่วไปอาจแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ 1. อาหารธรรมชาติ  หมายถึง อาหารที่เกิดขึ้นเองในแหล่งน้ำ ตามกระบวนการธรรมชาติและสัตว์น้ำที่อาศัยในแหล่งน้ำมีมากมายหลายชนิด ปริมาณอาหารขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์เฉพาะแหล่ง การเกิดอาหารธรรมชาติมีความสลับซับซ้อนเป็นไปตามวงจรชีววิทยาซึ่งปาลเป็นผลขั้นสุดยอดที่ได้รับ         การเกิดวงจรชีววิทยาในแหล่งน้ำ เริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงพลังงานแสงไปเป็นพลังงานเคมีโดย ปฏิกิริยาสังเคราะห์แสง แพลงค์ตอนพืชจะสะสมแร่ธาตุและสารประกอบต่างๆ ไว่ในโปรโตพลาสซึ่ม ซึ่งแร่ธาตุและสารประกอบที่สำคัญที่สุด คือ คาร์บอนไดออกไซด์ และ น้ำ ที่เป็นวัตถุดิบ ในการสังเคราะห์แสงนอกกจากนี้ยังมีแร่ธาตุอื่นๆ ที่สำคัญในการสังเคราะห์โปรโตพลาสซึ่ม เช่น ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส กำมะถัน แมกนีเซียม และธาตุอื่นๆ อีกประมาณ 15 ชนิด ที่จัดว่าเป็นอาหารที่จำเป็น ในขณะที่แพลงค์ตอนพืชถูกกิน คาร์โบไฮเดรต ไขมันและโปรตีนจะถูกถ่ายทอดไปยังสัตว์น้ำกินพืช เช่น แพลงค์ตอนสัตว์ และในทำนองเดียวกันการถ่ายทอดพลังงานและสารอาหารก็จะเกิดขึ้นในระดับสูงขึ้นไป คือ จากสัตว์กินพืชไปยังสัตว์กินสัตว์และในที่สุดผ่านไปยังผู้ย่อยสลายโดยผู้ย่อยสลายในวงจรชีววิทยาของแหลงน้ำต่อไป          ผลผลิตของสัตว์น้ำ มีความสัมพันธ์กับปริมาณอาหารธรรมชาติที่มีในน้ำ หรือที่เรียกว่าผลผลิตขั้ปฐมภูมิ และผลผลิตขั้นปฐมภูมิก็มีความสัมพันธ์กับปริมาณธาตุอาหารที่มีในน้ำ ซึ่งรวมเรียกว่าความอุดมสมบูรณ์ของแหลงน้ำ 2. อาหารสมทบ  หมายถึง อาหารที่มนุษย์เพิ่มลงไปในแหล่งน้ำ เพื่อให้สัตว์น้ำได้รับและใช้ประโยชน์ซึ่งอาจจำแนกได้ตามแหล่งน้ำที่มาของอาหาร ดังนี้           2.1 อาหารสมทบประเภทพืช  ได้แก่ ลำต้น ใบ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของพืช อาจจำแนกได้ ตามแหล่งที่มาของพืชต่างๆ          2.2 อาหารสมทบประเภทเนื้อสัตว์ได้แก่ พวกอาหารสด ซึ่งเป็นอาหารที่มีกลิ่นในการกระตุ้นการกินอาหารของสัตว์น้ำได้ดี […]

Read More

สูตรอาหารเลี้ยงปลา แบบประหยัด ลดต้นทุนค่าอาหารลงได้มากกว่า 90 %

อาชีพเลี้ยงปลาเป็นที่น่าสนใจสำหรับเกษตรกรหรือผู้ที่ต้องการมีรายได้เสริมโดยเฉพาะใครที่มีพื้นที่ที่อยู่ใกล้แม่น้ำหรือพื้นที่ที่มีน้ำชลประทานหรือคลองสูบน้ำเข้าถึงจนกระทั่งในที่นาต่างๆน่ะค่ะ มีการเลี้ยงกันตั้งแต่แบบเล็กๆตั้งแต่บ่อปูน,บ่อดิน,หรือเลี้ยงในกระชังในแม่น้ำ มีทั้งเลี้ยงปลากินเนื้อและปลากินพืช รายได้ก็งามแต่ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงปลาโดยใช้อาหารสำเร็จรูปก็ค่อนข้างสูงเช่นกัน วันนี้บ้านน้อยจึงมีสูตรอาหารเลี้ยงปลาแบบประหยัดและลดต้นทุนค่าอาหารลงได้ถึง90%กันเลยที่เดียวมีหลายสูตรให้เลือกค่ะ ติดตามเคล็ดลับและวิธีการต่างๆด้านการเกษตรทุกชนิด ได้ที่นี่ Baannoi.com การเลี้ยงปลามีการเลี้ยงกันแบบหลากหลายแล้วแต่ว่าใครเลี้ยงในพื้นที่แบบไหนใกล้กับแหล่งธรรมชาติมากน้อยแค่ไหน มีทั้งเลี้ยงปลาในกระชัง,การเลี้ยงในบ่อดิน,เลี้ยงปลาในบ่อซีเมนต์,เลี้ยงในบ่อพลาสติก แล้วแต่พื้นที่หรือว่างบประมาณของผู้เลี้ยงน่ะค่ะว่ามีต้นทุนในการเลี้ยงมากน้อยเพียงไร การเลี้ยงปลาบางท่านอาจจะเลี้ยงเพื่อไว้บริโภคหรือรับประทานกันภายในครอบครัวหรือบางท่านเลี้ยงเพื่อจำหน่ายเป็นรายได้หลักหรือรายได้เสริมให้กับครอบครัว และการเลี้ยงปลาเพื่อให้น้ำหนักและขนาดตามที่ต้องการนั้นต้อง ปัจจัยหลักก็คือการให้อาหารและอาหารที่นิยมเลี้ยงปลากันส่วนใหญ่ก็จะเป็นอาหารสำเร็จรูปผลผลิตหรือกำไรที่ได้รับก็ถือว่าเป็นไปในทางที่ดีอยู่เหมือนกันค่ะ แต่ถ้าเราประหยัดค่าใช้จ่ายในเรื่องค่าอาหารลง แต่คุณภาพของปลายังเหมือนเดิมก็น่าสนใจใช่ไหมล่ะค่ะ  ปลาที่นิยมเลี้ยงจะมี2 ชนิด คือปลากินพืชและปลากินเนื้อ การให้อาหารเราต้องแยกประเภทว่าปลากินพืชเค้ากินอาหารชนิดไหนและปริมาณเท่าไรและปลากินเนื้อเค้าต้องการคุณค่าอาหารมากน้อยเพียงไรปริมาณเท่าไรเพื่อผลผลิตที่ได้จะได้ผลผลิตที่สูงตามมาค่ะ วันนี้บ้านน้อยก็ได้รวบรวมสูตรอาหารปลามีทั้งแบบ อาหารของปลากินพืชและอาหารของปลากินเนื้อค่ะ ลองนำไปปรับใช้ดูค่ะรับรองค่าใช้จ่ายลดลงเกินครึ่งและผลกำไรก็จะเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน สูตรอาหารของ”ปลากินพืช”ก็มีหลายสูตรให้นำไปใช้น่ะค่ะแล้วแต่ว่าใครมีวัสดุอุปกรณ์สูตรไหนทำง่ายประหยัดด้วยค่ะ สูตรที่1 วัสดุที่ใช้ แหน 5 กก. ถ้าช่วงไหนตามแหล่งน้ำไม่มีแหน ให้ใช้ต้นกล้วยแทน วิธีการก็คือนำมาหั่นและตำให้ละเอียดก่อน รำละเอียด 1 กก. น้ำหมักปลา 1 ลิตร (ทำจากเศษปลาที่เหลือทิ้งมาหมัก) วิธีทำสูตรที่ 1 นำแหนและรำละเอียดมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นเทน้ำหมักปลาลงไป1ลิตร คลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน แค่นี้ก็ได้อาหารปลาแล้วค่ะปั้นเป้นก้อนๆโยนให้ปลากินได้เลย และถ้าต้องการเก็บไว้ใช้แบบไม่ต้องทำบ่อยๆหรือทุกวันก็สามารถนำอาหารสูตรนี้ตากแดดให้แห้งแล้วอัดเม็ดเก็บไว้ใช้ได้หลายเดือนเหมือนกันค่ะ สำหรับสูตรนี้จะเริ่มให้อาหารแก่ปลาที่มีอายุประมาณ 1 เดือนเศษ ช่วงเวลาที่ให้คือเช้าหรือเย็นก็ได้ วันละ 1 ครั้ง บ่อละ 1 […]

Read More

อาหารสำเร็จรูป VS อาหารผสมเอง ต่างกันอย่างไร แล้วแบบไหนตอบโจทย์ เกษตรกรได้มากที่สุด?

ปัจจุบันเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ตระหนักถึงต้นทุนด้านอาหารสัตว์กันมากขึ้น เพราะสัตว์ที่เลี้ยงต้นทุนส่วนใหญ่จะอยู่ที่ค่าอาหารเป็นหลัก โดยในสัตว์ปีกใช้มากถึง 70% ทำให้หลายๆ คนมองหาแหล่งอาหารสัตว์ที่มีต้นทุนถูกลง เพื่อลดต้นทุนการผลิต ทว่าในปัจจุบันมีทางเลือกอยู่ 2 ทาง คือ “การผสมอาหารใช้เอง” โดยใช้หลักความน่าจะเป็นกับการเทียบสูตรให้ได้โภชนตามที่สัตว์ต้องการ และ “อาหารสำเร็จรูป” ของแต่ละบริษัท ฉะนั้นการที่จะใช้อาหารรูปแบบไหน? หรือแตกต่างกันอย่างไร เพื่อเป็นทางเลือกในการประกอบการตัดสินใจของเกษตรกร เราได้นำบทความที่เปรียบเทียบถึงความแตกต่าง พร้อมสอดแทรกวิธีการแก้ปัญหา ดังนี้ 1. ความสม่ำเสมอของโภชนะอาหารสัตว์ – อาหารผสมเอง ความสม่ำเสมอขึ้นอยู่กับการจัดการ ต้องมีการวางแผนเรื่องการหาวัตถุดิบมาผสมอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อย 1-2 เดือน ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาวัตถุดิบอาหารไม่เหมือนเดิม ส่งผลต่อการกินของสัตว์ที่ลดลง และส่งผลกระทบต่อผลผลิตด้วย หากหาไม่ทันก็จะทำให้เกิดการขาดช่วงก็จะส่งผลต่อผลผลิตเช่นกัน สำหรับวัตถุดิบอาหารสัตว์โดยเฉพาะที่หามาเองจากธรรมชาติ ต้องมีการตรวจสอบคุณภาพอยู่สม่ำเสมอ เพื่อให้อาหารแต่ละมื้อ แต่ละวันใกล้เคียงกันมากที่สุด – อาหารสำเร็จรูป หากเลือกซื้ออาหารจากบริษัทที่น่าเชื่อถือได้ เขาก็จะผลิตอาหารออกมาอย่างต่อเนื่อง สั่งสต็อกไว้ไม่ต้องเยอะมากได้ เพื่อคงความสดใหม่ สัตว์จะได้กินอาหารที่ไม่ค้างเก่านาน เพราะที่กระสอบอาหารจะมีแจ้งล็อตการผลิต ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ว่าอาหารนั้นผลิตมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ข้อควรระวัง และสิ่งที่ไม่อาจรู้ได้คือ วัตถุดิบที่นำมาใช้ผสมทำอาหารสำเร็จ จะมีการเปลี่ยนแปลง หรือใช้วัตถุดิบทดแทนอย่างไรบ้าง 2. ราคาวัตถุดิบ/ต้นทุนอาหารสัตว์ – อาหารผสมเอง ราคาถูกกว่า และเกษตรกรสามารถเลือกสรรวัตถุดิบมาผสมเองได้ สามารถรู้แหล่งต้นทางของวัตถุดิบอาหารที่หามาเองได้ ซึ่งจะทำให้การคำนวณค่าอาหารได้ง่าย สามารถปรับเปลี่ยนวัตถุดิบได้ในระหว่างการเลี้ยงสัตว์ […]

Read More

ทำไมต้องใช้วัตถุดิบเกรดดีในการผลิตอาหารสัตว์

อาหารสัตว์ในปัจจุบันต่างมีมากมายหลากหลายสูตรให้เกษตรกรเลือกใช้กันได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็น อาหารปลา อาหารสุกร อาหารโคขุน อาหารไก่เนื้อ อาหารเป็ด และอีกมากมายๆ แต่!!! เราจะทราบได้อย่างไรว่า “อาหารสัตว์สำเร็จรูป” ที่นำมาให้สัตว์เลี้ยงของเรา เป็นอาหารที่ดีได้มาตรฐาน เมื่อนำมาให้สัตว์เลี้ยงจะสามารถช่วยในการเจริญเติบโตได้จริงไหม      ปัจจัยหลักๆในการผลิตอาหารสัตว์  1.สูตรอาหารที่ได้มาตรฐาน เมื่อเกษตรกรแต่ละท่านอยู่กันคนละที่ บางท่านเลี้ยงสัตว์น้ำ บางท่านเลี้ยงสัตว์บก ดังนั้นสูตรอาหารของแต่ละชนิดต้องแตกต่างกันไปเพื่อให้เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงและสภาวะสิ่งแวดล้อมของเกษตรกร ทั้งนี้สูตรอาหารแต่ละชนิดต้องได้รับการคิดค้นจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ที่สำคัญสูตรอาหารทุกๆสูตรจะต้องขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฏหมายของกรมปศุสัตว์ และต้องมีหมายเลขทะเบียนกำกับอยู่บนบรรจุภัณฑ์นั้นๆของแต่ละชนิดอาหารด้วย 2.กระบวนการผลิต  หลายครั้งที่กระบวนการผลิตมักจะเป็นจุดสำคัญที่หลายคนมองข้าม ซึ่งการผลิตที่ดีนั้นไม่ใช่การผลิตที่รวดเร็ว แต่การผลิตที่ดีต้องมีความละเอียด ยืดหยุ่นได้ตามสถานะการณ์ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นทั้งอาหารสัตว์น้ำหรือสัตว์บก ที่สำคัญคือบุคคากรที่เชี่ยวชาญและมีความรู้ในการควบคุมเครื่องจักร รู้เท่าทันปัญหา และแก้ไขได้ตรงจุดอย่างรวดเร็ว 3.วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต  ในทุกๆการผลิตอาหารสัตว์ ย่อมแตกต่างกันไปตามแต่ละชนิดของสัตว์ ทั้งสัตว์บกและสัตว์น้ำ ในแต่ละสูตรของอาหารสัตว์นั้นต่างก็ใช้วัตถุดิบที่แตกต่างกันไป วัตถุดิบที่ดีมีผลต่อคุณภาพอาหารสัตว์เป็นอย่างมาก เพราะวัตถุดิบที่ดีต้องได้มาจากแหล่งผลิตที่ดีเท่านั้น จึงจะสามารถดึงประโยชน์ของวัตถุดิบนั้นๆมาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ  เพื่อให้อาหารสัตว์ที่ผลิตออกมาสู่ตลาดมีคุณภาพมากที่สุด สามารถตอบสนองความต้องการของเกษตรกรได้อย่างครบถ้วน 4.GMP (Good Manufacturing Practice) GMP คือ ระบบประกันคุณภาพที่มีการปฏิบัติและพิสูจน์แล้วจากกลุ่มนักวิชาการด้านอาหารทั่วโลกว่า สามารถทำให้อาหารเกิดความปลอดภัย และเป็นที่เชื่อถือยอมรับจากผู้บริโภค โดยอาศัยหลายปัจจัยที่เชื่อมโยงสัมพันธ์กัน ดังนั้นหากปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนดได้ทั้งหมด ก็จะทำให้อาหารมีคุณภาพมีความปลอดภัยและได้มาตรฐาน […]

Read More

วิธีการเลี้ยงปลาหมอไทย

ปลาหมอไทย เป็นปลาที่มีรสมัน เนื้อแน่น นุ่ม ก้างน้อย สามารถประกอบอาหารหรือแปรรูปได้หลากหลาย ทั้งต้มยำ แกง ย่าง ทอด ทำปลาร้า ปลาเค็ม ปลาตากแห้ง และอื่นๆ ปัจจุบันเป็นที่ต้องการของตลาด และนิยมบริโภคกันมาก ทั้งในประเทศ และการส่งออก ปลาหมอไทยเป็นปลาที่มีความทนในสภาพที่มีน้ำน้อยหรือขาดน้ำ จึงสามารถขนส่ง และจำหน่ายในรูปปลาสดที่มีชีวิตในระยะทางไกลๆได้ เป็นปลาที่ต้องการทางตลาดทั้งภายใน และต่างประเทศสูงในแต่ละปี (จีน ไต้หวัน เกาหลี มาเลเซีย และประเทศแถบตะวันออกกลาง) โดยเฉพาะปลาหมอที่มีขนาดใหญ่ (3-5 ตัว/กิโลกรัม) ราคาจำหน่ายในประเทศ กิโลกรัมละ 100-150 บาท ขึ้นอยู่กับพื้นที่ และฤดูกาล ซึ่งปัจจุบันมีผลผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการทั้งใน และต่างประเทศ ปลาหมอไทย (Climbing Perch, Anabastestudineus, Bloch) เป็นปลาน้ำจืดพื้นบ้านของไทยที่นิยมบริโภคกันทั่วทุกภาค มีชื่อเรียกต่างกันในแต่ละท้องถิ่น เช่น ภาคเหนือ และอีสาน เรียกว่า ปลาเข็ง ภาคใต้ เรียกว่า อีแกปูยู ลักษณะปลาหมอไทย ปลาหมอมีอวัยวะช่วยหายใจ (labryrinth […]

Read More

วิธีการเลี้ยงปลานิล

ความเป็นมา     เมื่อวันที่  25  มีนาคม  2508  พระจักรพรรดิอากิฮิโต  เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศมกุฎราชกุมารแห่งประเทศญี่ปุ่นทรงจัดส่งปลานิลจำนวน  50  ตัว  ความยาวเฉลี่ยตัวละประมาณ  9  เซนติเมตร  น้ำหนักประมาณ  14  กรัม  มาทูลเกล้าฯ  ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  ระยะแรกได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้ปล่อยลงเลี้ยงในบ่อดิน  เนื้อที่ประมาณ  10  ตารางเมตร  ในบริเวณสวนจิตรลดา  พระราชวังดุสิต  เมื่อเลี้ยงมาได้  5  เดือนเศษ  ปรากฎว่ามีลูกปลาเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก  จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้เจ้าหน้าที่สวนหลวงขุดบ่อขึ้นใหม่อีก  6  บ่อ  มีเนื้อที่เฉลี่ยบ่อละประมาณ  70  ตารางเมตร  ซึ่งในโอกาสนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  ได้ทรงย้ายปลาด้วยพระองค์เอง  โดยย้ายจากบ่อเดิมไปปล่อยในบ่อใหม่ทั้ง  6  บ่อ  เมื่อวันที่  1  กันยายน  2508  ต่อจากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  มอบหมายให้กรมประมงจัดส่งเจ้าหน้าที่วิชาการตรวจสอบการเจริญเติบโตเป็นประจำทุกเดือน โดยที่ปลาชนิดนี้เป็นปลาจำพวกกินพืช  เลี้ยงง่าย  มีรสดี  ออกลูกดก  เจริญเติบโตได้รวดเร็ว  ในเวลา  1  ปี  […]

Read More

ปลาสลิด ปลาเศรษฐกิจตัวใหม่ เลี้ยงง่าย โตไว

ปลาสลิด (Snake Skin Gounrami) เป็นปลาน้ำจืดที่ไม่นิยมรับประทานสด แต่นิยมนำมาทำเค็มและตากแห้งสำหรับนำมาทอด ปิ้งย่าง และยำรับประทานเป็นหลัก นอกจากนั้น มีแหล่งเลี้ยงที่สำคัญในหลายจังหวัด เช่น สุพรรณบุรี สมุทรปราการ และฉะเชิงเทรา เป็นปลาที่อยู่ในวงศ์เดียวกันกับปลาหมอ ปลากด ปลากัด ปลาแรด และปลากระดี่ ลักษณะทั่วไปของปลาสลิด ปลาสลิดมีลำตัวคล้ายปลากระดี่หม้อ แต่มีขนาดใหญ่กว่า ลำตัวมีลักษณะแบน มีส่วนหัว และหางเรียว และส่วนกลางลำตัวกว้าง ลำตัวมีสีเขียวอมเทา หรือมีสีคล้ำเป็นพื้น และมีสีเขียวเข้มทางด้ายซ้าย และมีแถบสีดำพาดขวางตามแนวยาวจากหัวถึงโคนหาง ข้างละ 1 แถบ และมีแถบสีน้ำตาลเข้มพาดเฉียงบริเวณลำตัว และมีเกล็ดเหนือเส้นข้างตัว 42-47 เกล็ด ส่วนปากขนาดเล็ก แต่ยืดหดได้ ส่วนครีบอกมีขนาดใหญ่ และยาว ส่วนหัวมีก้านครีบแข็ง 7 อัน และก้านครีบอ่อน 10-11 อัน ปลาสลิดซึ่งมีขนาดใหญ่เต็มที่จะมีความยาวประมาณ 20-25 เซนติเมตร แต่ทั่วไปจะพบขนาดความยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร ปลาสลิดมีอวัยวะพิเศษที่ใช้ช่วยในการหายใจ เรียกว่า ลาบิริงค์ ออร์แกน […]

Read More