อาหารและการให้อาหารวัวเนื้อ

การให้อาหารโคเนื้อ แบ่งออกเป็น 5 ประเภท การให้อาหารลูกโคเนื้อ จะปล่อยให้ลูกโคกินนมแม่ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งสามารถหย่านมได้ ซึ่งใช้เวลา 3 – 7 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพการจัดการหรือดูจากการที่ลูกโคสามารถกินหญ้าหรืออาหารอื่น ๆ ได้อย่างเต็มที่และมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ตามปกติลูกโคจะหัดกินหญ้าตั้งแต่อายุ 1 – 2 เดือน และสามารถกินได้เต็มที่เมื่ออายุ 4 – 5 เดือน อย่างไรก็ดี ถ้าลูกโคได้รับการเสริมอาหารข้นที่มีความสมดุลของโภชนะจะมีอัตราการเจริญเติบโตเร็วมาก การให้อาหารโครุ่น ควรให้ลูกโคได้รับหญ้าสดคุณภาพดีกินอย่างเต็มที่ หรือเสริมอาหารข้น หรือเมล็ดธัญพืชให้กิน การให้อาหารโคสาว ถ้าโคได้รับอาหารหยาบที่มีคุณภาพดี เช่น หญ้าสดพันธุ์ดี พืชตระกูลถั่ว หรือพืชตระกูลถั่วปนหญ้าก็อาจจะไม่จำเป็นต้องให้อาหารข้นเสริม  การให้อาหารแม่โคระยะเลี้ยงลูก แม่โคจะต้องการอาหารมากกว่าปกติ เพราะต้องนำอาหารไปสร้างน้ำนมสำหรับเลี้ยงลูกด้วยจึงควรให้แม่โคได้รับอาหารอย่างสมบูรณ์เพียงพอ แม่โคระยะเลี้ยงลูกต้องให้กินหญ้าสดอย่างเต็มที่และควรเสริมพวกพืชตระกูลถั่วให้กินอีกในปริมาณ 1 – 5 เปอร์เซ็นต์ หรือควรเสริมอาหารข้นให้กินในปริมาณ 0.3 เปอร์เซ็นต์ของ น้ำหนักตัว แต่ถ้าอาหารหยาบมีคุณค่าทางโภชนะต่ำควรเสริมอาหารข้นเพิ่มขึ้นเป็น 0.6 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว การให้อาหารโคขุน จะต้องให้อาหารที่มีความเข้มข้นของโภชนะสูงโดยเฉพาะโปรตีนและพลังงานให้เพียงพอต่อความต้องการให้ผลผลิต และจะต้องให้ทั้งอาหารหยาบและอาหารข้นควบคู่กันไป โดยให้อาหารหยาบอย่างเต็มที่และตลอดเวลา การให้อาหารข้นควรแบ่งให้วันละ 2 ครั้ง

Read More

เกษตรกรบึงกาฬเลี้ยงโคเนื้อใช้พื้นที่ 1 ไร่ สร้างรายได้หลักแสนต่อปี

คุณทองพูล สุรทัด อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ที่ 4 ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เป็นเกษตรกรต้นแบบของพี่น้องเกษตรกรรายอื่นๆ ในจังหวัดบึงกาฬ ที่สามารถเลี้ยงโคเนื้อแบบประณีตคือเลี้ยงในจำนวนที่ไม่มาก ดูแลได้ทั่วถึง ทำให้โคที่เลี้ยงมีสุขภาพดีเป็นที่ต้องการของตลาด โดยมีพ่อค้ามาจับจองขอซื้อถึงบ้านกันเลยทีเดียว คุณทองพูล เล่าให้ฟังว่า เดิมมีอาชีพทำเกษตรกรรมอยู่แล้ว คือการปลูกข้าวโพดหวาน ต่อมาเห็นบริเวณรอบบ้านยังพอมีพื้นที่ว่างอยู่ จึงมองว่าน่าจะทำเกี่ยวกับเรื่องปศุสัตว์เพื่อสร้างรายได้ จึงตัดสินใจนำโคเนื้อมาเลี้ยงเพื่อใช้พื้นที่บริเวณบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งการเลี้ยงจะเน้นให้มีแต่โคแม่พันธุ์เท่านั้น “ปี 2540 ช่วงแรกๆ ตอนที่จะเลี้ยงใช้เงินลงทุนไปประมาณ 30,000 บาท ซื้อเป็นแม่พันธุ์พร้อมลูกมา พอเราเห็นว่าพร้อมที่จะผสมพันธุ์ได้ ก็จะติดต่อให้ทางสำนักงานปศุสัตว์มาผสมเทียมให้ ก็ได้ลูกเพิ่มมาเรื่อยๆ ไม่ต้องซื้อเข้ามาเพิ่มอีก ซึ่งภายในฟาร์มจะเน้นเป็นสายพันธุ์บราห์มันขาว บราห์มันแดง ที่มีลูกผสมชาโรเลส์ โดยจะเน้นเลี้ยงให้มีแต่แม่พันธุ์อย่างเดียว ส่วนพ่อพันธุ์ไม่จำเป็นต้องมี เราสามารถผสมเทียมได้ ซึ่งตอนนี้มีแม่พันธุ์อยู่ประมาณ 7 ตัว สามารถผลิตลูกสร้างรายได้ให้เราได้อย่างดี” คุณทองพูล กล่าว คุณทองพูล ให้เหตุผลว่า ถ้าเลี้ยงโคมากกว่า 15 ตัว กลัวจะมีเวลาดูแลได้ไม่มากพอ เพราะต้องมีเวลาสำหรับหาอาหารให้กับโคกินทุกวัน ถึงแม้ว่าจะมีจำนวนโคเนื้อที่เลี้ยงเพียงจำนวนเท่านี้ ก็สามารถทำเงินให้กับเขาได้ถึงปีละ 150,000 […]

Read More

เทคนิคสำหรับการเลี้ยงวัวเนื้อมือใหม่

สำหรับผู้เลี้ยงวัวเนื้อมือใหม่ จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้และเพิ่มพูนประสบการณ์ รวมถึงเทคนิคในการเลี้ยงวัว เพราะในการเลี้ยงวัวเนื้อนั้นมีขั้นตอน รายละเอียดปลีกย่อยที่น่าสนใจ ควรที่จะนำไปปฎิบัติเพื่อให้การเลี้ยงวัวเนื้อได้ประสิทธิภาพ ได้ผลที่ดี สามารถทำกำไรในระยะเวลาสั้นและมีมูลค่าที่น่าพึงพอใจสำหรับผู้เลี้ยง เทคนิคที่ว่านั้นได้แก่ 1 เตรียมพื้นที่ในการเลี้ยงวัว พื้นที่ที่จะเลี้ยงวัวคือพื้นที่ที่วัวจะอยู่เติบโต ใช้ชีวิตในช่วงเวลาก่อนที่วัวจะพร้อมสู่การนำไปขายได้ เนื่องจากวัวเป็นสัตว์ที่มีขนาดตัวใหญ่ พื้นที่ในการเลี้ยงจึงต้องใช้บริเวณที่มีขนาดใหญ่เหมาะสม การเลี้ยงวัวมีได้สองลักษณะคือ การเลี้ยงแบบชาวบ้านที่เลี้ยงไปตามทุ่งตามนา การเลี้ยงแบบนั้นจำเป็นต้องมีคนคอยเฝ้า มีพื้นที่ใกล้เคียงที่สามารถนำวัวไปเดิน มีหญ้าให้วัวแทะเล็ม ส่วนอีกลักษณะหนึ่งคือการเลี้ยงแบบฟาร์ม ต้องมีการทำคอกรวมถึงรางอาหารรางน้ำที่ถูกสุขลักษณะ มีความสะอาดสำหรับวัว มีขนาดคอกที่กว้างขวางเพียงพอ 2 การเลือกพันธุ์วัวเนื้อที่จะเลี้ยง พันธุ์ของวัวเป็นอีกสิ่งที่สำคัญที่จะต้องนำมาพิจารณาเป็นพิเศษ พันธุ์ที่จะเลือกมาเลี้ยงจะต้องดูจากความเหมาะสมของลักษณะการเลี้ยงรวมถึงสถานที่ ท้องถิ่นที่จะเลี้ยงด้วย เพราะหากเลือกพันธุ์ที่ไม่เหมาะสมจะได้ผลที่ไม่ดี วัวมีน้ำหนักน้อย เลี้ยงยาก อาจไม่แข็งแรงได้ พันธุ์ของวัวมีทั้ง วัวเนื้อพันธุ์พื้นเมือง วัวเนื้อพันธุ์ต่างแดน วัววเนื้อพันธุ์ผสมซึ่งถูกผสมสายพันธุ์ให้เหมาะกับสถานที่เลี้ยง 3 ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ผู้เลี้ยงต้องมีการศึกษาหาความรู้ให้ลึกซึ้งลงรายละเอียดเกี่ยวกับวัวที่เลี้ยง สายพันธุ์ที่เลี้ยง ธรรมชาติของวัวพันธุ์นั้น สามารถปรับวิธีการเลี้ยงให้เข้ากับนิสัยใจคอ ลักษณะของวัว ต้องรู้ถึงจุดเสี่ยงที่จะทำให้วัวเกิดโรค หรือข้อเด่น จุดได้เปรียบที่จะทำให้วัวเติบโตเร็วแข็งแรงมีน้ำหนักมีลักษณะที่ดี สามารถขายได้ราคา 4 ศึกษาการตลาด เกษตรกรมือใหม่ไม่เพียงแต่จะต้องรู้จักมีความเชี่ยวชาญการเลี้ยงวัวเท่านั้น แต่ควรจะเรียนรู้และศึกษาเทคนิคกลไกตลาดในการค้าวัวเนื้อ หาแหล่งที่รับซื้อที่ได้ราคา รู้จังหวะในการขายเพื่อให้ได้ราคาที่ดีด้วย เพราะการจะประสบความสำเร็จในการเลี้ยงวัวเนื้อ […]

Read More

“การเลี้ยงโคขุน” ไม่ยาก แต่ต้องทำความเข้าใจ – โคบาล ฟีด

การเลี้ยงโคขุน หมายถึง การเลี้ยงโคที่ยังอายุน้อยให้เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสั้นๆ โดยการให้อาหารแก่โคที่มีคุณค่าทางอาหารสูง ทั้งอาหารหยาบ และอาหารข้นอย่างเต็มที่ ในสภาพการเลี้ยงแบบขังคอกอย่างเดียวหรือร่วมกับการปล่อยแปลงหญ้า ผู้เลี้ยงโคขุนแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ 1.ผู้เลี้ยงเพื่อผลิตลูกโคขุน หรือเรียก ฟาร์มพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ โดยจะเลี้ยงแม่พันธุ์โคเพื่อผลิตลูกโค เมื่อลูกโคหย่านม (7-8 เดือน) ก็จะขายให้แก่ผู้เกษตรกรรายอื่นเพื่อนำไปขุนหรือเลี้ยงเป็นพ่อแม่พันธุ์ต่อไป การเลี้ยงลักษณะนี้มักมีแม่พันธุ์หลายตัว และต้องใช้พื้นที่มากพอ 2.ผู้เลี้ยงโคขุน เป็นการเลี้ยงโคขุนที่ได้จากการซื้อลูกโคหรือซื้อโคที่มีอายุน้อยจากแหล่งต่างๆ เพื่อนำมาเลี้ยงดูให้เติบโตอย่างรวดเร็ว มักเป็นการเลี้ยงแบบคอกหรือปล่อยแปลงหญ้า ซึ่งอาจใช้พื้นที่มากตามจำนวนที่เลี้ยงโค 3.ผู้เลี้ยงวัวมัน เป็นการเลี้ยงโคขุนที่ใช้โคที่มีอายุมากหรือร่างกายซูบผอมที่หาซื้อจากแหล่งต่างๆ เพื่อนำมาเลี้ยงขุนให้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นก่อนส่งจำหน่าย การเลี้ยงลักษณะนี้จะเป็นการเพิ่มน้ำหนักโคที่เกิดจากฟื้นฟูโคให้มีกลับมาอ้วนหรือเป็นการเพิ่มไขมันเป็นหลัก เนื่องจากเป็นโคที่มีร่างกายซูบผอมหรือมีอายุมากแล้ว ประเภทธุรกิจโคขุน 1.แบ่งตามขนาดของกิจการ – รายย่อย มักเลี้ยงโคขุนเพียง 2-10 ตัว โดยการใช้อาหารในท้องถิ่นหรืออาหารข้นที่เตรียมเอง รวมถึงการซื้อจากท้องตลาด มักใช้แรงงานในครอบครัวเป็นหลัก มีพื้นที่น้อย – ขนาดกลาง เลี้ยงโคขุน 30-50 ตัว ต้องใช้พื้นที่มาก ทั้งคอกโค และแปลงหญ้า มีการใช้อาหารข้นที่ผสมเอง และต้องจ้างแรงงาน – ขนาดใหญ่ มักเลี้ยงโคขุนมากกว่า 50 ตัว ขึ้นไป เป็นการเลี้ยงที่ต้องใช้พื้นที่มากทั้งคอก […]

Read More

ตัวอย่าง “เลี้ยงวัวทุนน้อย” แต่ครบวงจร รายย่อยทำได้ ไม่มีจน

เลี้ยงวัวขุนเป็นคนแรกของหมู่บ้าน คุณสังวน ดาปาน ที่บ้านเลขที่ 6 หมู่ 2 ตำบลหนองลาน อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี คุณสังวน เล่าว่า ทำวัวขุนมานานกว่า 25 ปีแล้ว และเป็นคนแรกของหมู่บ้านแห่งนี้ที่เริ่มเลี้ยงวัวขุน “สมัยแรกๆ ที่ผมเริ่มเลี้ยงวัวขุนผมซื้อวัวตัวละ 3,000-4,000 บาท มาเข้าขุน ตอนนั้น วัวยังราคาถูกมาก ไม่เหมือนตอนนี้ ที่ราคาตัวละเกือบ 20,000 บาท สมัยก่อนผมขุนครั้งละประมาณ 30 ตัว เพราะยังมีเรี่ยวแรง มีช่องทางหาทุนก็ขุนได้ครั้งละหลายตัว” คุณสังวน เริ่มเล่า จากวันนั้นจนวันนี้ที่คุณสังวนเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการทำวัวขุนมาค่อนชีวิตวันนี้ คุณสังวนจึงมีวัวเลี้ยงเอาไว้แค่ 8 ตัว “ผมเลี้ยงวัวแม่พันธุ์เอาไว้ 4 ตัว อีก 4 ตัวเป็นวัวที่กำลังขุนอยู่ ก็ทำตามกำลังทุนและกำลังกายที่เรามี ที่ผ่านมาไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่เคยเลิกเลี้ยงวัวแม้ว่าแม่บ้านผมจะขอให้เลิกเลี้ยงหลายครั้งผมก็ยังดื้อ” คุณสังวน เล่าไปยิ้มไป ทุนน้อยขุนวัวเล็กเน้นชาร์โรเล่ส์ มาดูในส่วนของวัวขุนกันก่อน ตอนนี้คุณสังวนมีวัวขุนอยู่ 4 ตัว ที่เน้นวัวลูกผสมชาร์โรเล่ส์เป็นหลัก คุณ สังวน […]

Read More

รูปแบบการทำคอกโคขุน มีปัจจัยอะไรบ้าง

ลักษณะและขนาดของคอกโคขุนย่อมแตกต่างกันไปทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพสถานที่และขนาดของกิจการแต่ก็พอจะสรุปหลักการได้ดังนี้1.สถานที่ควรเป็นที่ดอนระบายน้ำได้ดีหรืออาจจะต้องถมพื้นที่ให้สูงกว่าระดับปกติเพื่อไม่ให้น้ำขังในฤดูฝนมีทางให้รถบรรทุกเข้าออกได้เพื่อความสะดวกในการนำโคเข้าขุนและส่งตลาดให้ความยาวของคอกอยู่ทิศตะวันออกถึงตะวันตกวางแผนให้สามารถขยายกิจการได้ในอนาคต 2.ขนาดของคอกโรงเรือนอาจะประกอบด้วยคอกขังเดี่ยวหลายๆ คอกตามจำนวนโคที่ต้องการขุนแต่ละคอกควรมีขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 4 เมตร หารต้องการขุนแบบรวมหลายตัวในคอกเดียวกันพื้นที่คอกไม่ควรน้อยกว่า 8 ตารางเมตรต่อตัวซึ่งพื้นที่ดังกล่าวควรมีหลังคาอยู่ประมาณ 1 ใน 3 ก็เพียงพอแล้วส่วนที่เหลือให้เป็นที่โล่งหรือมีร่มไม้ก็ยิ่งดีถ้าพื้นที่ต่อตัวน้อยเกินไปจะมีปัญหาเรื่องพื้นคอกแฉะแม้กระทั่งฤดูแล้งแต่ถ้ามากเกินไปก็จะต้องเสียพื้นที่มากและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการสร้างคอกมากขึ้นถ้าจะสร้างหลังคาคลุมพื้นที่คอกทั้งหมดก็ได้มีข้อดีที่ไม่ทำให้พื้นคอกแฉะในฤดูฟนแต่ก็มีข้อเสียหลายประการคือสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุและโคอาจจะขาดวิตามินดีเพราะไม่มีโอกาสได้รับแสงแดดเลย 3.พื้นคอกพื้นคอกโคขุนสามารถเทคอนกรีตทั้งหมดได้ก็เป็นการดีเพราะจะสามารถแก้ปัญหาเรื่องพื้นคอกเป็นโคลนในฤดูฝนได้แต่ต้องการประหยัดก็อาจจะเทคอนกรีตเฉพาะพื้นคอกส่วนที่อยู่ใต้หลังคาก็ได้หากพื้นคอกส่วนใต้หลังคาเป็นดินจะมีปัญหาเรื่องพื้นเป็นโคลนไม่ว่าจะเป็นฤดูแล้งหรือฤดูฝนพื้นคอนกรีตหนา 7ซ.ม โดยไม่ต้องผูกเหล็กสามารถรับน้ำหนักโคขุนได้สำหรับฟาร์มขนาดใหญ่ถ้าต้องการให้รถแทรกเตอร์(รถไถ)เข้าไปในคอกได้จำเป็นจะต้องเทคอนกรีตให้หนา 10 ซ.ม และผูกเหล็กหรือไม้รวกก็ได้ผิวหน้าของพื้นคอนกรีตควรทำให้หยาบโดยใช้ไม้กวาดมือเสือครูดให้เป็นรอยและพื้นคอกควรมีความลาดเอียงจากด้านหน้าลงด้านหลังคอกประมาณ 2-4% หรือทำมุมประมาณ 15 องศากับพื้นราบเพื่อให้น้ำล้างคอกและปัสสาวะไหลลงท้ายคอกได้ง่ายขึ้นท้ายคอกควรมีร่องน้ำกว้างประมาณ 30 ซ.ม พื้นรางลาดเอียงไปตามแนวที่ต้องการระบายน้ำออกไป เมื่อพ้นแนวคอกควรทำทางหรือร่องน้ำไห้ไหลไปใช้ในแปลงหญ้าได้ด้วยพื้นคอกส่วนใหญ่ที่เป็นคอนกรีตใต้หลังคาควรจะปูด้วยวัสดุที่ซับความชื้นได้ดีได้แก่ แกลบ,ขี้กบ,ขี้เลื่อย,ฟางหรือซังข้าวโพด เป็นต้น ข้อดีก็คือทำให้โคไม่ลื่นไม่จำเป็นต้องทำความสะอาดคอกทุกวันอีกทั้งมูลโคพร้อมวัสดุรองพื้นนี้นับว่าเป็นปุ๋ยหมักอย่างดีสำหรับแปลงหญ้าการเปลี่ยนวัสดุรองพื้นคอกควรทำ 1-2 ครั้งต่อเดือนในฤดูฝนและประมาณ 3 เดือนต่อครั้งในฤดูแล้ง,แกลบ 1 ลูกบาศก์เมตรสามารถปูพื้นคอกได้ 10-12 ตารางเมตร(หนาประมาณ 7 ซ.ม)หรือแกลบ 1 กระสอบป่านหรือแผ่นยางใช้ปูพื้นได้ 2 ตารางเมตรพื้นคอกส่วนที่เป็นพื้นดินหรือส่วนที่อยู่นอกหลังคาไม่จำเป็นต้องมีวัสดุรองพื้นควรทำบ่ากั้นแกลบไม่ให้ไหลจากส่วนใต้หลังคาคอนกรีตไปยังส่วนที่เป็นพื้นดินการปูวัสดุรองพื้นนี้อาจจะไม่จำเป็นเสมอไปทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละบุคคลผู้เลี้ยงโคขุนบางรายนิยมการล้างทำความสะอาดพื้นคอกทุกวันซึ่งได้ผลดีเช่นเดียวกันแต่สิ้นเปลืองแรงงานค่อนข้างมากจากประสบการณ์สรุปว่าในฤดูแล้งควรใช้วิธีปูวัสดุรองพื้นส่วนในฤดูฝนควรใช้วิธีทำความสะอาดคอกทุกวันมีผู้ทดลองใช้ซีเมนต์บล็อคเป็นพื้นคอกโคขุนแทนการเทคอนกรีตปรากฏว่าไม่สามารถทนน้ำหนักโคได้แต่ถ้าเป็นซีเมนต์บล๊อคที่สั่งอัดพิเศษโดยใส่ส่วนผสมปูนซีเมนต์ลงไปมากกว่าปกติจะสามารถใช้ปูเป็นพื้นคอกโคขุนได้ 4.หลังคาสามารถทำด้วยวัสดุต่างๆ กัน เช่น กระเบื้อง,สังกะสี,จากหรือแฝกถ้าหลังคามุงด้วยสังกะสีควรให้ชายล่างหลังคาสูงจากพื้นดินประมาณ 250 ซ.ม มิฉะนั้นจะทำให้อากาศภายในคอกในฤดูร้อนร้อนมากถ้าหลังคามุงจากหรือแฝกชายล่างของหลังคาควรให้สูงจากพื้นดิน 250 ซ.ม […]

Read More

สัตว์โตเร็ว ผสมติดง่าย ด้วยแร่ธาตุผงทำเอง

สัตว์ที่ได้รับอาหารคุณภาพต่ำ จะส่งผลทำให้เจริญเติบโตช้า และผสมติดยาก จำเป็นต้องมีการเสริมแร่ธาตุเพื่อให้สัตว์ได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้งที่พืชอาหารสัตว์ขาดแคลน หรืออาหารสัตว์มีคุณภาพต่ำ นายกนก ผ่องอรัญ เจ้าพนักงานสัตวบาลชำนาญงาน ศูนย์วิจัยและพัฒนาการปศุสัตว์เขต3 จังหวัดอำนาจเจริญ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Farmer info ท่างด่วนข้อมูลการเกษตร ทางสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.อุบลราชธานี FM. 102.75 MHz. ว่า สัตว์ที่เลี้ยงในปัจจุบันจะเจริญเติบโตช้า และมีอัตราการผสมติดต่ำ โดยเฉพาะโค-กระบือ ที่เลี้ยงแบบปล่อยทุ่ง ผู้เลี้ยงจะให้กินฟางแห้งเป็นอาหาร เพราะหาง่ายและราคาถูก ส่งผลให้สัตว์ขาดสารอาหาร จึงจำเป็นต้องมีการเสริมแร่ธาตุให้กับสัตว์ โดยใช้แร่ธาตุผงมาผสมกับอาหารสัตว์ เช่น ผสมกับรำข้าวหรือฟางแห้ง ในอัตราส่วน แร่ธาตุผง 1 ส่วน : รำข้าวหรือฟางแห้ง 200 ส่วน นำไปให้กินเป็นประจำ จะทำให้โค-กระบือเจริญเติบโตเร็ว โดยใช้ระยะเวลาเลี้ยงสั้นลง แม่พันธุ์ผสมติดง่าย และยังช่วยประหยัดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ได้อีกด้วย หมายเหตุ : แร่ธาตุผงสำหรับสัตว์นั้น เกษตรกรสามารถทำเองได้ง่ายๆ เพียงนำเกลือ 4 ส่วน + ไดแคลเซียม 4 ส่วน + […]

Read More