สุรินทร์เจ๋ง! โรงเรียนต้นแบบลุยพัฒนาเด็กนักเรียน สร้างยุวเกษตรวัยใสให้เลี้ยงวัวหลากหลายสายพันธุ์

สุรินทร์-เจ๋ง โรงเรียนต้นแบบลุยพัฒนาเด็กนักเรียน สร้างยุวเกษตรวัยใสให้เลี้ยงวัวหลากหลายสายพันธุ์ หวังหลังจากจบไปได้นำไปปรับใช้มีอาชีพแถมยังนำรายไว้ไว้เป็นกองทุนให้เด็กที่จบไปเรียนดีแต่ยากจนให้เป็นทุนค่าเทอมแรกในระดับอุดมศึกษา

วันนี้ (16 ส.ค.62) ผู้สื่อข่าวจังหวัดสุรินทร์ รายงานว่าที่โรงเรียนตาคงวิทยา รัชมังคลาภิเษก ตำบลตาคง อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ เป็นโรงเรียนที่ขึ้นกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 33 (สุรินทร์) เป็นโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 9 และน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของรัชกาลที่ 10 เพื่อมุ่งเน้นสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียนมีชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม มีงานทำ สามารถต่อยอดเป็นอาชีพตอนที่จบการศึกษาได้ ซึ่งมี นายสุรพงษ์ รัตนโคตร เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนตาคงวิทยา รัชมังคลาภิเษก เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 มีคณะครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 32 คนและนักเรียนจำนวน 341 คน

โดยโรงเรียนแห่งนี้ได้เปิดทำการสอนเรียนสายสามัญตามหลักสูตรของกระทรวงการศึกษาธิการแล้ว ยังได้น้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษา รัชกาลที่ 10 จุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ และ สพฐ. ด้านทักษะอาชีพสู่ผู้เรียนที่หลากหลาย เช่น ด้านวิชาสามัญ(โครงการ สสวท.) ด้านเทคโนโลยี ด้านอุตสาหกรรม เปิดหลักสูตร ทวิศึกษา (สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ และไฟฟ้ากำลัง) ด้านเกษตรกรรม (พืช : ข้าวนาถุง พืชผักตามฤดูกาล และสัตว์ : ฟาร์มโคเนื้อ เลี้ยงแพะ เลี้ยงหนูพุก ปลาในกระชัง แปลงหญ้า การลดต้นทุนการผลิตอาหาร และการตลาด) ด้านคหกรรม (กาแฟ&เบเกอรี่ เค้กกล้วยหอม) เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม มีทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ และมีงานทำ อีกด้วย

จึงได้ริเริ่มจัดทำฟาร์มโคเนื้อคงวิทย์ โรงเรียนตาคงวิทยา รัชมังคลาภิเษก ขึ้นเพื่อให้เด็กนักเรียนได้เรียนรู้ทักษะวิชาชีพ เพื่อนำไปปรับใช้ในชีวิตหลังจากจบการศึกษา โดยภายในฟาร์มมีวัวหลากหลายสายพันธุ์ ประกอบด้วย โคลูกผสม ชาโรเล่ โคลูกผสมวากิว โคลูกผสมแองกัส โคลูกผสมพื้นบ้านไทย และโคลูกผสมบราห์มัน รวมกว่า 32 ตัว ทั้งพ่อแม่พันธุ์และลูกวัวที่กำลังเติบโต ซึ่งเด็กๆนักเรียนทั้งหญิงและชายจะได้เรียนรู้ วิธีการผสมเทียมแบบธรรมชาติ ให้อาหาร นอกจากจะสามารถจำหน่ายวัวให้กับนายฮ้อย พ่อค้าคนกลางที่ติดต่อมารับซื้อทุกเดือนแล้ว สามารถนำปุ๋ยไปใส่หญ้าเนเปีย นรกจักพรรดิ์และหญ้าหวานอิสราเอล

ซึ่งเป็นหญ้าที่ปลูกไว้สำหรับเลี้ยง เลี้ยงแพะ เลี้ยงปลา ในกระชัง และหนูนาที่เลี้ยงเสริมไว้ เพื่อนำรายได้ไปบริหารจัดการฟาร์มต่อ และรายได้ส่วนหนึ่งจะเก็บไว้เป็นกองทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนที่เรียนดีแต่ยากจน หลังจบการศึกษา เพื่อนำไปเป็นค่าเทอมเรียนต่อเทอมแรก ในระดับอุดมศึกษาต่อไป สำหรับฟาร์มดังกล่าวเริ่มก่อตั้งขึ้นมาประมาณ 1 ปีกว่าแล้ว และกำลังขยายโครงการเลี้ยงสัตว์ชนิดต่างๆอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นโรงเรียนตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ นอกจากระบบการเรียนการสอนตามปกติแล้ว ยังสามารถส่งเสริมวิชาชีพให้เด็กๆได้นำไปรับใช้ในชีวิตประจำวันอีกด้วย

นายนายสุรพงษ์ รัตนโคตร ผอ.โรงเรียนตาคงวิทยา รัชมังคลาภิเษก กล่าวว่า ทางโรงเรียนได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวง รัชกาลที่ 9 และน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของในหลวงรัชกาลที่ 10 มาเป็นต้นแบบสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เด็กนักเรียนตั้งแต่ชั้น ม.1 ถึง ม.6 การจัดกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” เพื่อสร้างพื้นฐานให้กับผู้เรียนมีความมั่นคง มีคุณธรรม จริยธรรม มีงานทำมีอาชีพ ซึ่งทางโรงเรียนได้จัดแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับทักษะอาชีพมากมาย

โดยเฉพาะฟาร์มโคเนื้อ แล้วยังมีการเลี้ยงแพะ เลี้ยงปลาในกระชัง และเลี้ยงหนูพุก รวมถึงการปลูกหญ้าที่ใช้เป็นอาหารของสัตว์ ในแหล่งเรียนรู้จัดต่างๆก็จะมีโกๆนักเรียนรับผิดชอบอยู่ ทั้งหมดล้วนเป็นกรอบวิสัยทัศน์ด้านการศึกษา เพื่อเตรียมนักเรียนให้พร้อมเข้าสู่การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของไทยนั้น สอดคล้องกับของหลายประเทศที่เป็นผู้นำด้านการศึกษาของโลก ที่เห็นพ้องกันกับแนวคิดสำคัญในศตวรรษที่ 21 เรื่องของจิตสำนึกต่อโลก ความรู้พื้นฐานการประกอบ สัมมาอาชีพ ความรู้พื้นฐานด้านพลเมือง สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม และทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 อันได้แก่ ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี ทักษะการทำงาน ทักษะชีวิตที่ใช้ได้จริง กับครอบครัว โรงเรียน ชุมชน รัฐ และประเทศชาติ โลกกำลังเปลี่ยนแปลง คนที่มีความรู้และทักษะจะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถปรับตัวเองให้เข้ากับ สถานการณ์ใหม่ๆ ได้เท่านั้นที่จะประสบความสำเร็จ ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 จะช่วยให้นักเรียนสามารถ เรียนรู้ และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

จากเหตุผลข้างต้น โรงเรียนโรงเรียนตาคงวิทยา รัชมังคลาภิเษก ซึ่งเป็นโรงเรียนนำร่องในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ของ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 33 (สุรินทร์)ในปีการศึกษา 2562 เพื่อให้การขับเคลื่อนการบริหารจัดการเรียนการสอน “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” สู่การปฏิบัติของสถานศึกษาที่มีประสิทธิภาพ ครูได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการการจัดการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติและเรียนรู้ด้วยตนเองมากขึ้น ผู้เรียนได้รับการพัฒนาและมีความสุขในการเรียนรู้ ทั้ง 4 H คือ Head, Heart, Hand, Health นายสุรพงษ์กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน นายศิกษก พงสุวรรณ (สิก-สะ-กะ) เด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/2 กลุ่มฟาร์มโคเนื้อ คงวิทย์ กล่าวว่า สำหรับวัวที่เราเลี้ยงไว้มี 5 สายพันธุ์ ประกอบด้วย โคลูกผสม ชาโรเล่ โคลูกผสมวากิว โคลูกผสมแองกัส โคลูกผสมพื้นบ้านไทย และโคลูกผสมบราห์มัน เลี้ยงไว้ทั้งหมด 32 ตัว โดยมีการให้อาหารเช้าและเย็น และให้อาหารเสริมเป็นกากมัน หมักยีสต์ เราเลี้ยงมาได้ 1 ปีครึ่งแล้ว นอกจากจำหน่ายวัวแล้ว ยังสามารถจำหน่ายมูลสัตว์ได้อีกด้วย และยังสมารถนำมูลสัตว์ไปใส่พืชผักและหญ้าที่ปลูกไว้เป็นอาหารสัตว์ ใส่ต้นไม้ในโรงเรียน รวมทั้งข้าวนาถุงอีกด้วย ส่วนรายได้ต่างๆจะนำไปช่วยเหลือในด้านต่างๆของโรงเรียนด้วย สำหรับวัวเราก็จะมีการขยายพันธุ์ไปเรื่อยๆ เมื่อพวกเราได้เรียนรู้ทักษะอาชีพต่างๆ และยังสามารถนำไปปรับใช้ที่บ้านได้ด้วย ทั้งการเลี้ยงวัวและวิชาชีพต่างๆ ทั้งหาตาลดโคต่างๆ และนำไปปรับใช้ชีวิตประจำวัน ในการใช้เวลาว่างให้มีประโยชน์ ทั้งวิธีการขุนอย่างไรจึงจะได้ราคาดี และวิธีผสมพันธุ์ต่างๆรวมทั้งเรื่องสายพันธุ์ที่ผสม เพื่อให้ได้ราคาที่สูงขึ้นด้วย

ที่มา : สยามรัฐ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s